วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การจัดการด้านการเงิน

บทที่ 5. การจัดการการเงิน + วินัย ในธุรกิจHBL
ทั้งหมดมาจากประสบการณ์ในการ “ทำ” ธุรกิจ HBL ของโอโดยตรง
บางทีมันอาจไม่ถูกต้องทั้งหมดนะคับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ปรับทัศนคติเรื่องเงินก่อนนะคับ
รวยมี 2 แบบ คือ รวยเพราะมีมากเกินพอ กับ รวยเพราะมีความพอเพียง
จนมี 2 แบบ คือ จนเพราะมีไม่พอ กับ จนเพราะไม่รู้จักพอ
เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง...นอกเสียจาก ว่าเราจะไม่มีมัน
“ วินัย ” คือสิ่งสำคัญที่สุด ที่เราต้องใช้ในการจัดการการเงิน
เราต้องคิดว่าเงินเป็นสิ่งดี เราจึงจะดึงดูดเงินเข้ามา ถ้าเราคิดว่าเงินไม่ดี เราก็กำลังจะผลักเงินออกไป
ในโลกใบนี้ ไม่มีอะไร “ถูก” หรือ “แพง” มีแต่ “คุ้มค่า” หรือ “ไม่คุ้มค่า ”
ดังนั้น อะไรบางอย่างที่เราคิดว่า “ แพง ” จริงๆแล้วมันไม่ได้แพง เพียงแต่เรามีเงินไม่มากพอที่จะซื้อมันเท่านั้นเอง

ขั้นตอนการจัดการการเงิน

1. ทำงบการเงิน (บัญชีรายรับ-รายจ่าย) เพื่อให้เรารู้สถานการณ์การเงินของเรา
ใช้อะไร จ่ายอะไร เขียนมาให้หมด ไม่สำคัญว่ามากหรือน้อย
ถ้าเรารู้ว่า เรามีปัญหาทางการเงินตรงจุดไหน เราก็สามารถจัดการกับมันได้ทันการณ์
และนั่น.....เป็นเหตุผลที่เราต้องทำ “งบการเงิน” (เพื่อทราบปัญหา)

2. ต้องรู้ว่า ถ้าเราจะรวยได้ “ รายรับต้องมากกว่ารายจ่าย ”
ดังนั้นเราสามารถเปลี่ยนแปลงสถานะทางการเงินของเราได้ 3 วิธี
2.1 เพิ่มรายรับ ( ในHBL เรากำหนดได้ ขึ้นอยู่กับ “ปริมาณ” การลงมือทำ )
2.2 ลดรายจ่าย (เรากำหนดได้ด้วยตัวเราเอง)
2.3 ทำทั้ง 2 อย่าง พร้อมๆกัน

3. จ่ายเงินให้กับตัวเองก่อน 10 % (ออมเงิน 10 % ของรายได้เสมอ)
คนส่วนใหญ่ชอบพูดว่า “ไว้มีรายได้มากกว่านี้อีกหน่อย แล้วฉันจะเก็บเงิน ”
แล้วสุดท้ายเขาก็ไม่ได้เก็บเงินไปจนสิ้นชีวิต
ถ้าเราไม่เก็บเงิน (ไม่จ่ายให้กับตัวเองก่อน) เราก็เหมือนทำงานฟรี และถังแตก
จ่ายให้ตัวเองก่อนจ่ายหนี้
จ่ายให้ตัวเองก่อนจ่ายให้คนอื่น
จงทำงานเพื่อบัญชีเงินฝากของเราเอง
คนส่วนมากไม่เข้าใจว่า เขาจะ “เก็บเงินไปทำไม”
เขาก็จึงไม่ได้เก็บ เพราะมันเป็นเรื่องที่ “ ไม่จำเป็น ” และ “ไม่ถูกตัด”
ไม่เหมือนจ่ายค่าโทรศัพท์ ค่าไฟ ค่าน้ำ ฯลฯ พวกนี้ ไม่จ่าย “ถูกตัด”
ถ้าเราเข้าใจว่าทำไมต้องเก็บ การเก็บเงินจะเป็นเรื่องจำเป็นที่สุด
ทั้งต่อ ปัจจุบัน และ อนาคต
เราเก็บเงินไปเพื่อลงทุนต่อ แล้วจึงเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนนั้น มาใช้ได้ตลอดชีวิตไม่มีที่สิ้นสุด
(ไว้มีเงินเก็บจากการทำธุรกิจประมาณ100,000บาท ในบัญชี เราจะคุยกันอีกครั้งในเรื่องนี้ อย่าลืมทวงถามแล้วกันนะคับ)
เราต้องไม่เป็นแค่ “ นักเก็บเงิน ” แต่เราเก็บเงิน ก็เพื่อจะกลายเป็น “ นักลงทุน ”
ข้อแตกต่างระหว่าง “ นักเก็บเงิน ” กับ “ นักลงทุน ” คือ ความเร็วในการทำให้เงินโตขึ้น
สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก คือ “ ดอกเบี้ยทบต้น ”
แล้วคุณเลือกรับดอกเบี้ยทบต้น จาก “เงินลงทุน” หรือ “หนี้”
มันเป็นตัวเลขที่มหาศาลทั้งนั้น

4. ชำระหนี้สินก่อน จ่ายเพื่อซื้อของใหม่
ไม่ชำระหนี้ ก็ไม่มีทางมั่งคั่ง
ถ้าเราติดลบ (-) สิ่งแรกที่เราควรทำคือ ทำให้มันเป็นศูนย์ (0)
และจากนั้น เราจะสามารถทำให้มันเป็นบวก (+) ได้
อะไรที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว ก็จ่ายก่อนเลย
ซื้อของแต่เงินสด อย่าซื้อด้วยความสบายปัจจุบัน แล้วยัดเยียดภาระให้กับอนาคต
แต่ถ้าซื้อผ่อนไปแล้ว อย่ามีของที่ต้องผ่อนในระยะเวลาเดียวกัน เกิน 2 ชิ้น

ง่ายๆ กับการจัดการการเงินใน HBL
เมื่อขายของได้ แบ่งเงินเป็น 4 ซอง
1. ต้นทุน 50 % ซื้อ Stock คืนในคลังสินค้าของเราเอง
2. 10% จาก “กำไร” ------- เงินเก็บ (จ่ายให้ตัวเองก่อน)
3. 30% จาก “กำไร” ------- ลงทุนกลับในธุรกิจ (อบรม ,ซื้อรายชื่อ, ลงโฆษณา, ค่าเดินทางธุรกิจ, ค่าส่งของ , อื่นๆ)
4. 60% จาก “กำไร” ------- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว (ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าผ่อน ค่าอาหาร และหนี้ต่างๆ)

สาธุ..สาธุ ใครทำได้ขอให้ร่ำรวย ๆ ๆ ๆ ครับ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น